🎬 Movies

แนะนำหนังเรียนภาษาอังกฤษ ดูเพลิน ฝึกตามไม่ยาก

การฝึกภาษาอังกฤษสามารถทำได้หลายวิธี แต่การฝึกภาษาอังกฤษจากหนังมีข้อดีมากกว่า ซึ่งหลาย ๆ คนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษมักจะแนะนำกัน การใช้หนังเรียนภาษาอังกฤษจะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนกว่าและเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะว่าได้รับทั้งความสนุกและได้ฝึกภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งหนังอังกฤษสนุก ๆ ก็มีให้เลือกเยอะมากตามความชอบของผู้เรียน นอกจากนี้การใช้หนังเรียนภาษาอังกฤษก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบการสอน

1. Forrest Gump

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนิยายเรื่อง ‘Forrest Gump’ ที่แต่งโดย วินส์ตัน กรูม ได้รับการจัดอันดับเป็นภาพยนตร์อเมริกันที่ดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มไอคิวต่ำกว่ามาตรฐาน จากอลาบาม่า ที่มีนิสัยน่ารักและมีจิตใจดี ในภาพยนตร์ได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ของอเมริกาในช่วงปี ค.ศ. 1950 – 1970 จากคนร่างกายพิการไปเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล เป็นทหารในสงครามเวียดนาม จากวีรบุรุษในสงครามเวียดนามเป็นเศรษฐีธุรกิจเรือกุ้ง จากเกียรติยศแห่งทำเนียบขาวไปสู่อ้อมกอดของผู้ที่เขามีใจรักจริง ฟอร์เรสท์คือลักษณะรูปธรรมแห่งยุค คือ ความไร้เดียงสาในดินแดนอเมริกาที่กำลังสูญเสียความบริสุทธิ์ จิตใจของเขาตระหนักต่อสิ่งที่ไอคิวอันจำกัดของตัวเองไม่อำนวย ชัยชนะทั้งหลายของเขากลายเป็นแรงบันดาลใจแก่เราทุกคน

ระดับความยาก: Beginner

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมตัวอย่างหนัง

2. Hotel Transylvania

Hotel Transylvania เป็นเรื่องราวของโรงแรมสุดหรูที่มี ‘แดรกคูล่า’ เป็นผู้ดูแลอยู่ ซึ่งมีเหล่าสัตว์ประหลาดและครอบครัวของพวกเขาอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข โดยปราศจากการรบกวนจากมนุษย์ จนกระทั่งถึงวันเกิดครบรอบ 118 ปีของ ‘มาวิส’ (เซเลน่า โกเมซ) ลูกสาวสุดที่รักของแดรกคูล่า เขาจึงได้เชิญเพื่อนพ้องผู้มีชื่อเสียงจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแฟรงเกนสไตน์, มัมมี่, มนุษย์ล่องหน, มนุษย์หมาป่าและคนอื่น ๆ มาที่โรงแรมของเขาเพื่อร่วมฉลองวันเกิดให้กับมาวิส ซึ่งงานเลี้ยงก็เหมือนจะผ่านไปได้ดี แต่แล้วก็มีชายหนุ่มปริศนาโผล่มาที่งานอย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน แล้วก็ดันมาตกหลุมรักลูกสาวสุดที่รักของแดรกคูล่า เรื่องราวโกลาหลจึงเริ่มขึ้น

ระดับความยาก: Beginner

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมตัวอย่างหนัง

3. Green Book

Green Book เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม โดยเล่าถึงเรื่องราวของ สองคู่หูต่างขั้วที่จับผลัดจับผลูตระเวนเดินทางไปทั่วตอนใต้ของอเมริกาด้วยกัน ‘โทนี่ ลิป’ (วิกโก มอร์เทนเซน) นอดีตขาใหญ่การ์ดเฝ้าผับ เชื้อสายอิตาเลียน-อเมริกันจากย่านบรองซ์ในนิวยอร์ก ต้องมาเป็นคนขับรถให้ ‘ดอน เชอร์ลีย์’ (มาเฮอร์ชาลา อาลี) นักเปียโนคลาสสิกผิวสีระดับโลก ระหว่างที่เขาออกเดินสายขึ้นแสดงในยุค 60 สิ่งเดียวที่นำทางทั้งคู่คือ ‘สมุดปกเขียว’ ที่บอกสถานที่ที่เป็นมิตรกับคนผิวสี พวกเขาต้องฝ่าทั้งกำแพงแห่งสีผิว ภัยอันตรายต่าง ๆ เช่นเดียวกับน้ำใจจากเพื่อนมนุษย์ในการเดินทางครั้งสำคัญนี้

ระดับความยาก: Beginner

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมตัวอย่างหนัง

4. Charlie and the Chocolate Factory

ชาร์ลี บัคเก็ต เด็กชายยากจนผู้แสนดีได้รับตั๋วทองคำใบสุดท้ายเพื่อเข้าชมโรงงานช็อกโกแลตสุดมหัศจรรย์ของวิลลี่ วองก้า ท่ามกลางเด็กนิสัยเสียอีก 4 คนที่ต้องเผชิญบทเรียนอันแสบสันจากการทำผิดกฎภายในโรงงาน ชาร์ลีเป็นเด็กเพียงคนเดียวที่ผ่านการทดสอบและได้รับรางวัลใหญ่ให้เป็นทายาทผู้สืบทอดโรงงานแห่งนี้

ระดับความยาก: Beginner

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมตัวอย่างหนัง

5. Harry Potter

มหากาพย์หนังแฟนตาซีที่ใครก็ห้ามพลาด เรื่องราวชีวิตของเด็กชายกำพร้าคนหนึ่งชื่อว่า ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ เขาถูกเลี้ยงดูโดยครอบครัวของญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ หลังผ่านความทุกข์ยากมาถึง 11 ปี เขาก็ได้รู้ความจริงว่าตัวเขาเองมีพลังวิเศษหลังได้จดหมายรับเชิญให้เข้าเรียนที่โรงเรียนสำหรับพ่อมดแม่มด ขณะเดียวกันก็ได้รู้เรื่องราวการตายของพ่อแม่ที่ไม่ใช่แค่การประสบอุบัติรถชนเหมือนที่ป้าบอก แต่พ่อแม่ของเขาต้องผชิญหน้ากับโศกนาฏกรรมสุดเลวร้ายใน ‘โลกเวทมนตร์’ เพียงเพื่อต้องการปกป้องเขาจากจอมมาร

ระดับความยาก: Intermediate

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมตัวอย่างหนัง

6. The Shining

The Shining (1980) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญคลาสสิกที่เล่าถึง แจ็ค ทอร์แรนซ์ นักเขียนที่รับหน้าที่ดูแลโรงแรมโอเวอร์ลุคที่ปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาวร่วมกับภรรยาและลูกชาย ความโดดเดี่ยวบวกกับพลังงานชั่วร้ายในสถานที่แห่งนี้ค่อยๆ กัดกินจิตใจของแจ็ค นำไปสู่ความคลั่งและพยายามฆ่าครอบครัวตนเอง โดยมีจุดศูนย์กลางความสยองขวัญอยู่ที่แดนนี่ ลูกชายผู้มีพลังจิตสื่อสารหรือ “The Shining” ภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยบรรยากาศความหลอนกดดันและการแสดงที่เข้มข้น

ระดับความยาก: Intermediate

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมตัวอย่างหนัง

7. The Theory of Everything

ภาพยนตร์เรื่อง The Theory of Everything (2014) หรือชื่อไทยว่า “ทฤษฎีรักนิรันดร” สร้างจากหนังสือบันทึกความทรงจำของ เจน ฮอว์กิง (ภรรยาคนแรก) เล่าถึงชีวประวัติของ สตีเฟน ฮอว์คิง นักฟิสิกส์ทฤษฎีอัจฉริยะ ตั้งแต่วัยหนุ่ม การป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) และความรักอันยิ่งใหญ่

ระดับความยาก: Intermediate

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมตัวอย่างหนัง

8. Pride & Prejudice

Pride & Prejudice (2005) เล่าเรื่องราวความรักท่ามกลางความแตกต่างทางชนชั้นในชนบทของอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 19 อลิซาเบธ เบนเน็ต สาวหัวขบถผู้มีความมั่นใจในตัวเอง ต้องเผชิญหน้ากับ มิสเตอร์ดาร์ซี ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งแต่เย่อหยิ่ง ซึ่งความรักเริ่มต้นจากความประทับใจแรกที่ติดลบ ทำให้เธอตั้งแง่และอคติกับเขา เรื่องราวความรักที่ซับซ้อนนี้ยังเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของคนรอบข้าง ท่ามกลางอุปสรรคทางสังคมและการเข้าใจผิด ทั้งคู่ต้องเรียนรู้ที่จะทลายอคติและข้อจำกัดทางชนชั้น จนสุดท้ายอลิซาเบธก็ตระหนักถึงความรักที่แท้จริง

ระดับความยาก: Advanced

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมตัวอย่างหนัง

9. The Da Vinci Code

The Da Vinci Code (รหัสลับดาวินชี) เล่าถึงคดีฆาตกรรมปริศนาในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์
โรเบิร์ต แลงดอน (ทอม แฮงก์ส) ตกเป็นผู้ต้องสงสัยและต้องหลบหนีไปกับ โซฟี (ออเดรย์ ตาตู)
พวกเขาช่วยกันถอดรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดของ เลโอนาร์โด ดา วินชี
การไขปริศนานี้นำไปสู่การค้นพบความลับระดับโลกเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์
ทั้งสองต้องแข่งกับเวลาเพื่อปกป้องความจริงจากการตามล่าขององค์กรลับทางศาสนา

ระดับความยาก: Advanced

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมตัวอย่างหนัง

10. The Social Network

The Social Network (2010) เล่าถึงจุดเริ่มต้นการสร้าง Facebook ของ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก เด็กหนุ่มอัจฉริยะจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ถูกแฟนสาวบอกเลิกจนเกิดความแค้น นำไปสู่การแฮ็กข้อมูลเพื่อสร้างเว็บโหวตสาวๆ สิ่งนี้จุดประกายให้เขาพัฒนาโซเชียลเน็ตเวิร์กจนโด่งดัง แต่ระหว่างทางเขาต้องเผชิญหน้ากับการถูกเพื่อนสนิทและผู้ร่วมก่อตั้งฟ้องร้องแย่งชิงสิทธิ์ จนกลายเป็นมหากาพย์การต่อสู้ทางกฎหมายที่แลกมาด้วยความสำเร็จและมิตรภาพที่พังทลาย

ระดับความยาก: Advanced

คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมตัวอย่างหนัง

แล้วนักเรียนล่ะ คิดว่าหนังเรื่องไหนน่าสนใจและอยากจะเรียนรู้ภาษาอังกฤษ หรือนักเรียนเคยเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากไหนเรื่องอะไร อย่าลืมคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะคะ see ya!
Name